ของอะไรบ้าง ที่จำเป็นต้องใส่ไว้ในกระเป๋าเดินทาง

ไปเที่ยวต่างประเทศทั้งที ก็อยากจะไปแบบไม่ต้องห่วงหรือกังวลอะไร แต่สิ่งที่ต้องพกไหนจะเสื้อผ้า, Accessory, เครื่องสำอาง และของจำเป็นต่างๆ อีกเพียบ วันนี้จึงจะมาแนะนำรายละเอียดและสิ่งของที่จำเป็นที่ควรพกไป มีดังต่อไปนี้

1.เตรียมกระเป๋าเดินทาง
กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ สำหรับใส่สัมภาระ เช่น เสื้อผ้า, รองเท้า เป็นต้น และต้องโหลดเก็บไว้ใต้ท้องเครื่องบิน กระเป๋าเดินทางนี้มีรูปแบบและขนาดที่หลากหลาย ก่อนอื่นควรคำนึงว่าทริปที่กำลังจะเดินทางเป็นแบบไหน และไปกี่วัน ส่วนการเดินทางไปต่างประเทศ ควรเป็นกระเป๋าล้อลากที่แข็งแรงทนทานจะเหมาะกว่า ซึ่งได้ประมาณขนาดของกระเป๋าไว้ให้ดังนี้
– เดินทางไปต่างประเทศ 1-3 วัน ใช้กระเป๋าเดินทางล้อลากขนาด 18-20 นิ้ว
– เดินทางไปต่างประเทศ 4-6 วัน ใช้กระเป๋าเดินทางล้อลากขนาด 24 นิ้ว
– เดินทางไปต่างประเทศ 7-10 วัน ใช้กระเป๋าเดินทางล้อลากขนาด 28 นิ้ว
– เดินทางทางเรือ,ข้ามเกาะ ใช้กระเป๋าเดินทางแบบไม่มีล้อ (อย่าลืมกระเป๋ากันน้ำ)
– เดินทางลุยป่า หรือน้ำตก ใช้กระเป๋าเป้ Back Pack
แต่ละสายการบินมีการกำหนดขนาดและน้ำหนักของกระเป๋าไว้แตกต่างกัน ถ้าเดินทางไปต่างประเทศ ส่วนใหญ่จะกำหนดขนาดกระเป๋าไม่เกินสูง 119 ซม. X กว้าง 119 ซม. X ลึก 81 ซม. และต้องมีน้ำหนักกระเป๋าใบละไม่เกิน 20 หรือ 30 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับแต่ละสายการบิน บางสายการบินอนุญาตให้โหลดได้ถึง 2 ใบ ใบละ 20 กิโลกรัม (ควรศึกษาข้อมูลแต่ละสายการบินก่อนการเดินทาง)

กระเป๋าสัมภาระพกพา ที่ถือขึ้นเครื่องบินได้ เช่น กระเป๋าถือ กระเป๋าสะพาย หรือเป้ ไว้ใส่สิ่งของที่จำเป็น และเอกสารสำคัญอย่าง หนังสือเดินทาง, กระเป๋าสตางค์,ยาประจำตัว, เครื่องสำอางเล็กๆ ฯลฯ และของที่ต้องหยิบใช้ตลอดเวลา สะดวกต่อการเดินทาง
แต่ละสายการบินก็มีการกำหนดขนาดและน้ำหนักของกระเป๋าไว้เช่นกัน อนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ท่านละ 1 ใบ ต้องมีขนาดไม่เกิน สูง 56 ซม. X กว้าง 36 ซม. X ลึก 23 ซม. และต้องมีน้ำหนักกระเป๋าไม่เกิน 7 กิโลกรัม ซึ่งสามารถเก็บไว้ใต้ที่นั่งด้านหน้า หรือช่องเก็บของเหนือศีรษะ
แนะนำ! กรณีเดินทางช่วงกลางคืนในเส้นทางที่ใช้เวลาบินมากกว่า 5 ชั่วโมง หรือ ต้องแวะต่อเครื่อง ณ สนามบินต่างประเทศ ท่านควรจะมีกระเป๋าล้อลากใบเล็ก ขนาด 14 นิ้ว สำหรับใส่อุปกรณ์ล้างหน้า แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ผ้าขนหนูผืนเล็ก เสื้อกันหนาว หมอนคอและเสบียงเล็กน้อย สำหรับใช้บนเครื่องบินระหว่างเดินทาง

2. สิ่งของ(จำเป็น) ที่ใส่กระเป๋าสัมภาระ
1. เอกสารสำคัญ เช่น บัตรประชาชน, หนังสือเดินทาง, วีซ่า, ตั๋วเครื่องบิน, บัตรประจำตัวผู้เอาประกัน รวมไปถึงเงินสด บัตรเครดิต แนะนำ! สิ่งเหล่านี้ให้แยกจากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เลย เพราะกระเป๋าเดินทางจะต้องโหลดไว้ใต้เครื่อง
ควรพกติดตัวเอาไว้ เพื่อสะดวกต่อการหยิบใช้งาน นอกจากนี้ ควรจะถ่ายสำเนาเก็บเอาไว้ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่อย่างน้อย 2 ชุด เผื่อมีเหตุฉุกเฉิน จะได้สามารถนำมาใช้ได้

2. เสื้อผ้า ควรเตรียมเสื้อและกางเกงที่สวมใส่สบายและสุภาพ รองเท้าสวมใส่สบาย เช่น รองเท้าผ้าใบ หากท่านช่วงวันที่เดินทางเป็นช่วงฤดูหนาว หรือมีหิมะตก มีวิธีการเตรียมตัวจัดกระเป๋ารับมือกับความหนาวได้ทุกระดับมาฝากท่าน

– ระดับหนาวเย็นกำลังสบาย (15-20 องศาเซลเซียส) (ควรศึกษาข้อมูล และสภาพอากาศก่อนการเดินทาง)
เสื้อผ้าสวมเสื้อยืดแขนสั้น, กระโปรง หรือกางเกงยีนส์ หรือเดรสลำลองที่ใส่หน้าร้อนมาปรับใส่ได้ หรืออาจจะนุ่งเลกกิ้งส์ (Leggings) ไว้ด้านในเพื่อเพิ่มความอบอุ่น และสวมแจ็กแก็ตบางๆ หรือเสื้อกันหนาวรุ่นที่ไม่หนามากรองเท้า รองเท้าผ้าใบ รองเท้าบูทสั้นแบบครึ่งข้อ
เครื่องแต่งกายอื่นๆ ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ถุงเท้าแบบธรรมดาไม่หนามาก หรือถุงน่อง

– ระดับหนาวยะเยือก (1-15 องศาเซลเซียส)
เสื้อผ้าชั้นใน สวมเสื้อยืดแขนยาว หรือ เสื้อปิดคอแขนยาวเพื่อความอบอุ่น
เสื้อนอกควรเป็นเสื้อแจ๊กเก็ต หรือเสื้อโค้ทแบบหนาที่มีฮู้ดไว้กันลม โดยด้านนอกสุดของเสื้อควรกันลมได้ เพราะแม้อุณหภูมิไม่ต่ำมาก แต่ถ้ามีลมพัดนานๆ ก็ทำให้หนาวมากได้
กางเกง เช่น ยีนส์หนา ทั้งนี้หากอุณหภูมิลดต่ำกว่า 5 องศา ควรสวมเลกกิ้งส์หนา หรือ ลองจอห์น (Long John) เพิ่ม
รองเท้า รองเท้าผ้าใบ รองเท้าบูทได้ทุกรุ่นตั้งแต่ครึ่งข้อ ครึ่งเข่าไปจนถึงบูทสูง หากวันที่เดินทางมีหิมะตกด้วย ควรใส่รองเท้าที่สำหรับเดินบนหิมะได้ไม่ลื่น
เครื่องแต่งกายอื่นๆ ถุงเท้าแบบหนาหากไม่ได้ใส่บูท, ถุงมือ, หมวกไหมพรม, ผ้าพันคออย่างหนา ที่ปิดหู และผ้าคลุมท้ายทอยหรือต้นคอ ก็ได้ตามแต่ละบุคคล

– ระดับหนาวติดลบ มีหิมะ (0 องศาเซลเซียสลงไปจนถึงหนาวติดลบ)
ท่านสามารถจัดเสื้อผ้าเช่นเดียวกับระดับความหนาวยะเยือก เพิ่มเติมส่วนเสื้อนอก ควรเป็นเสื้อโค้ทยาว หรือเสื้อไหมพรมแบบผสมที่มีน้ำหนักเบา เนื้อผ้าด้านนอกกันเปียกเวลาหิมะตกรองเท้า ถุงเท้าอย่างหนาหรือผสมขนสัตว์ รองเท้าบูทสูง รองเท้าที่สำหรับเดินบนหิมะได้ไม่ลื่น

3.ของใช้ส่วนตัว เช่น สบู่, แชมพู, ยาสีฟัน, แปรงสีฟัน, เครื่องสำอาง, ยาประจำตัว และ ยาสามัญประจำบ้าน, ร่มพับ(กรณีที่ไปช่วงฝนตก) เป็นต้น แต่โดยปกติหากไปพักที่โรงแรมก็ไม่จำเป็นต้องพกไป แต่บางท่านก็ไม่ชอบใช้และเพื่อกันฉุกเฉิน ก็นำพกติดไปด้วย หากเป็นการเดินทางหลายวัน ก็ต้องมีการแบ่งใส่ขวดเล็กๆ ไป โดยการแบ่งสบู่หรือแชมพูใส่ขวดนั้น ต้องบีบไล่อากาศก่อนปิดฝา เพื่อป้องกันแรงกระแทกเวลาเดินทาง และใส่ในถุงพลาสติกใสและปิดปากถุงให้สนิท เพื่อป้องกันไม่ให้เลอะเสื้อผ้าและกระเป๋าของท่าน
แต่สิ่งของจำพวกของเหลวทุกชนิด ได้แก่ ครีมทาผิว, น้ำหอม, สเปรย์, เจลใส่ผม, โฟม, ยาสีฟัน เป็นต้น มีกฎให้ควรปฏิบัติ ดังนี้
* สำหรับของเหลวทุกชนิด จะต้องจำกัดปริมาณไม่เกิน 100 มิลลิลิตร / ชิ้น หากเกินปริมาณ ทางสายการบินจะไม่อนุญาตให้นำขึ้นเครื่องบิน
* นำของเหลวทุกชิ้นใส่รวมไว้ในถุงพลาสติกใส โดยมีปริมาณความจุรวมกันไม่เกิน 1 ลิตร หรือ 1,000 มิลลิลิตรต่อถุง และสามารถปิดผนึกได้ (Zip Lock) โดยต้องปิดผนึกปากถุงให้เรียบร้อย ขนาด 20 x 20 เซนติเมตร
* มีของเหลวบางอย่างที่ยกเว้นให้นำเข้าห้องโดยสารได้ เช่น ยาน้ำ หรืออาหารสำหรับเด็กทารก

4. หัวแปลงปลั๊กไฟ (Adapter) ซึ่งแต่ละประเทศจะใช้ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นท่านต้องเตรียม หัวแปลงปลั๊กไฟมาจากเมืองไทย หาซื้อได้ตามร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือห้างสรรพสินค้า เช่นโลตัส หรือ Big C

5. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น กล้องถ่ายรูป พร้อม Memory Card, โทรศัพท์มือถือ, สายชาร์จโทรศัพท์, อุปกรณ์แปลภาษา, แบตเตอรี่สำรอง (Power Bank) ซึ่งแบตเตอรี่สำรอง ควรใส่ไว้ในกระเป๋าพกติดตัวขึ้นเครื่องเท่านั้น และต้องมีขนาดความจุไฟฟ้าไม่เกิน 32,000 mAh (ใส่ลิ้งค์เรื่อง PowerBank)

สิ่งของต้องห้ามใส่ในกระเป๋าเด็ดขาด!!!
นอกของจำพวกของเหลวที่มีขนาดเกิน 100 มิลลิลิตร/ชิ้น และสิ่งที่มีกลิ่นรุนแรงแล้ว การนำสิ่งของต้องห้ามต่อไปนี้เข้าออกนอกประเทศและต่างประเทศ อาจเป็นการทำผิดกฎหมาย อาจต้องรับโทษทั้งจำ หรือปรับ หรืออาจร้ายแรงถึงขั้นประหารชีวิต
1. อาวุธต่างๆ เช่น ปืน กระสุน ระเบิด ของมีคมทุกชนิด วัตถุอันตรายไวไฟ เป็นต้น
2. ยาเสพติดให้โทษ
3. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เหล้า บุหรี่ ในปริมาณที่เกินกว่าบริโภคเอง (ควรศึกษาข้อมูลก่อนนำสิ่งเหล่านั้นเข้าประเทศ)
4. สื่อลามกอนาจาร
5. สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เสื้อผ้า กระเป๋าของก๊อปปี้ ของปลอม เฉพาะโซนยุโรปที่มีกฎหมายลิขสิทธิ์ แต่ประเทศในโซนเอเชียไม่มีกฎหมายนี้